Tag Archives: website

Internet

Drop Shipping คืออะไร

คำว่า Drop Shipping หลายคนอาจจะสงสัยว่ามันคืออะไร จริงๆแล้วพูดง่ายๆก็เหมือนกับเราเป็นนายหน้าในการขายสินค้าออนไลน์ครับ โดยอย่างแรกคือเราจะต้องมี Website เป็นของตัวเองก่อน จากนั้นจึงค่อยไปทำการติดต่อกับทางผู้ขายสินค้าเพื่อขอราคาทุนหรือราคาส่ง จากนั้นเราก็นำข้อมูลรายละเอียดของสินค้ามาใส่บนหน้า Website ของเรา โดยทำการบวกราคากำไรเข้าไปด้วย เมื่อมีลูกค้าเข้ามาสั่งซื้อใน Website ของเรา เราก็จะทำการแจ้งไปทางผู้ขายสินค้าให้ทำการจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าของเราครับ จะเห็นได้ว่า Drop Shiping จะมีข้อดีในแง่ของคนที่ต้องการขายสินค้าแต่ไม่มีทุนในการสต็อกสินค้า อีกทั้งไม่ต้องยุ่งยากในเรื่องของการจัดส่งสินค้าอีกด้วยครับ

Internet

Web 2.0 To Web 3.0

ในปัจจุบัน Internet เป็นที่แพร่หลายมากกว่าในอดีตมาก หากพูดถึง Internet แล้วน้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก แต่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้มาใส่ใจในรายละเอียดของ Internet สักเท่าใดนัก รู้จักก็เพียงแต่การเปิด Website เล่น Chat รับ-ส่ง Email หรือ Download ฯลฯ  อะไรทำนองนี้ แต่หากเราลองมาดูกันในรายละเอียดลึกๆ ปัจจุบันนี้โลกเรากำลังอยู่ในช่วงของ Web 2.0 แล้วครับ หลายคนอาจจะเกิดคำถามว่า แล้ว Web 1.0 ละเป็นอย่างไร Web 1.0 ก็คือ HTML ทั่วไปนั่นละครับ เว็บไซต์ทั่วไปที่มีแต่เนื้อหา รูป ไม่มีลูกเล่นอะไร แต่สิ่งที่ Web 2.0 เพิ่มเข้ามาก็คือ การพัฒนาให้เว็บไซต์เป็นแบบ Dynamic มาขึ้น จากเดิมที่เป็นแบบ Static

Web 2.0 เกิดขึ้นมาจากความต้องการของคนที่จะสังคมกันบนโลก Internet และด้วยความที่ Internet มีการพัฒนาความเร็วขึ้นจากเดิมมากจึงเป็นส่วนสนับสนุนให้เกิด Web 2.0 ด้วย รูปแบบของ Web 2.0 เช่น Blog Wiki Digg Youtube RSS Tags ฯลฯ ลักษณะเฉพาะของ Web 2.0 ก็คือการที่ผู้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์มีส่วนร่วมกับเว็บมากขึ้น เช่น สามารถสร้างบทความ หรือเขียนนู้นนี่ได้ เป็นการแบ่งปันความรู้ซึ่งกันและกันระหว่างผู้ทำเว็บและผู้เยี่ยมชม ทำให้เว็บไซต์มีการปรับปรุงเพิ่มเติมอยู่ตลอด ไม่หยุดนิ่งเหมือนเว็บแบบ Static

ในอนาคตนี้ Web 3.0 กำลังจะมาซึ่งเกิดจากการที่มีข้อมูลเพิ่มขึ้นมากเรื่อยๆ เกิดจากที่ผู้พัฒนาเว็บไซต์และผู้ที่เยี่ยมชมเว็บเข้ามาเขียนบทความ เขียนอะไรเพิ่มเติม ดังนั้น Web 3.0 จะเข้ามาเพื่อจัดการข้อมูลที่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นนี้ โดยการใช้ Metadata ซึ่งเป็นการใช้บ่งบอกรายละเอียดของข้อมูล รูปแบบนี้ที่เราเห็นกันได้บ่อยๆ ก็คือ Tag นั่นเอง เมื่อมีการใช้ Tag เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเว็บเราก็จะถูกดึงเข้ามา ดังนั้นจึงทำให้เราไม่จำเป็นต้องเพิ่มเติมเนื้อหาในเว็บมากจนเกินไป เนื่องจากตัวเว็บไซต์จะทำการประมวลผลและหาข้อมูลเนื้อหาที่เกี่ยวข้องมาให้เอง เช่น เว็บไซต์ Apple จะมี Tag ที่เป็น Computer ipod Technology ฯลฯ เข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อที่ผู้เยี่ยมชมเว็บ Apple เกิดสนใจเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้องก็สามารถจะอ่านต่อไปได้

  • Tags