Category Archives: Internet

Internet

Drop Shipping คืออะไร

คำว่า Drop Shipping หลายคนอาจจะสงสัยว่ามันคืออะไร จริงๆแล้วพูดง่ายๆก็เหมือนกับเราเป็นนายหน้าในการขายสินค้าออนไลน์ครับ โดยอย่างแรกคือเราจะต้องมี Website เป็นของตัวเองก่อน จากนั้นจึงค่อยไปทำการติดต่อกับทางผู้ขายสินค้าเพื่อขอราคาทุนหรือราคาส่ง จากนั้นเราก็นำข้อมูลรายละเอียดของสินค้ามาใส่บนหน้า Website ของเรา โดยทำการบวกราคากำไรเข้าไปด้วย เมื่อมีลูกค้าเข้ามาสั่งซื้อใน Website ของเรา เราก็จะทำการแจ้งไปทางผู้ขายสินค้าให้ทำการจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าของเราครับ จะเห็นได้ว่า Drop Shiping จะมีข้อดีในแง่ของคนที่ต้องการขายสินค้าแต่ไม่มีทุนในการสต็อกสินค้า อีกทั้งไม่ต้องยุ่งยากในเรื่องของการจัดส่งสินค้าอีกด้วยครับ

Internet

หลักการสร้าง Landing Page

Landing Page เป็นหน้าเว็บไซต์ที่สร้างขึ้นเพื่อทำการตลาดกับกลุ่มเป้าหมาย โดยในหน้า Landing Page นี้จะต้องมีเนื้อหาครบถ้วนและมีการจูงใจให้เกิดการซื้อหรือใช้บริการสินค้าของเรา

ข้อดีของ Landing Page
1. สามารถปิดการขายได้ภายในหน้าเดียว
2. ทำให้เกิดแรงจูงใจที่จะซื้อหรือใช้บริการ
3. ต้องมีข้อมูลเนื้อหาที่ครบถ้วน

หลักการสร้าง Landing Page
1. ไม่ควรให้หน้า Landing Page มีเนื้อหาที่กว้างมาจนเกินไป แต่ควรจะมีเนื้อหาของสินค้าหรือบริการที่เราต้องการจะจูงใจให้คนซื้อหรือใช้บริิการ
2. ควรมีข้อมูลเนื้อหาที่เพียงพอต่อการจะให้ความเข้าใจและจูงใจให้คนอยากซื้อหรือใช้บริการ อย่าใส่ข้อมูลที่ไม่จำเป็นลงไปโดยเด็ดขาด
3. เนื่องจากผู้ที่เข้ามาชมหน้า Landing Page ไม่สามารถที่จะจับต้องสินค้าหรือบริการได้โดยตรง ดังนั้นข้อมูล รูปภาพ ภายในหน้า Landing Page จึงต้องใส่ใจในรายละเอียด โดยต้องทำให้ผู้ที่เข้ามาชมสามารถเข้าใจและตัดสินใจซื้อให้มากที่สุด
4. ต้องทำ Link ต่างๆให้มีความน่าสนใจ และโดดเด่นเพื่อให้ผู้ที่เข้ามาสะดุดตา
5.  ความน่าเชื่อถือของหน้า Landing Page รวมไปจนถึงเนื้อหาต่างๆ ต้องใส่ใจให้มากครับ เพราะถึงจะทำให้สวยสักเพียงใด แต่หากผู้ที่เข้ามาดูแล้วคิดว่าไม่น่าเชื่อถือทุกอย่างก็จบครับ

Internet

Subdomain คืออะไร

Subdomain คือ เว็บไซต์ที่ย่อยลงไปอีกที ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเว็บไซต์หลักเราชื่อว่า http://www.ilovevariety.com เว็บไซต์ย่อยก็อย่างเช่น http://forum.ilovevariety.com การทำ Subdomain ส่วนมากนิยมใช้ในการแบ่งแยกหมวดหมู่ของเว็บไซต์ครับ

สำหรับการทำ Subdomain นั้นไม่ยากครับ สามารถทำได้ที่ Host ของท่าน โดยการ Login เข้าไปยังหน้า CP (Control Panel)  จากนั้นให้มองหาเมนูจัดการ Domain หรือ Subdomain ครับ พอเปิดเข้าไปก็จะเจอให้ใส่ชื่อ Subdomain ที่เราต้องการลงไปจากนั้นก็กด Create เพื่อสร้าง Subdomain ไว้ใช้ครับ

ในการทำ Subdomain กับการทำ Subdirectory ถ้ามองในแง่ของความน่าเชื่อถือแล้ว Subdomain ดูมีน่าเชื่อถือกว่าครับ สำหรับการทำ SEO (Search Engine Optimize) ของ Subdomain จะเหมือนกับเราทำเว็บใหม่เลยครับส่วน Subdirectory นั้นจะยังได้รับผลจะเว็บไซต์หลักอยู่บ้าง ในการตั้งชื่อ Subdirectory นั้นควรจะตั้งให้ตรงกับ Keyword หลักของเว็บให้มากที่สุดครับ

Internet

Technorati คืออะไร

Technorati ก็คือ Search Engine สำหรับ Blog ทำหน้าที่เก็บรวบรวมข้อมูลจาก Blog ทั่วโลก ซึ่งเกิดจาก Blogger แนวหน้าที่เก่งๆร่วมกันพัฒนาขึ้นมา โดยที่ Technorati จะมีการใช้ Tag แทนการใช้ Keyword แบบ Search Engine ทั่วไป

ในปัจจุบันนี้ทาง Technorati ได้มีการรวบรวมข้อมูลจาก Blog ทั่วโลกมากกว่า 200 ล้าน Blog และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทาง Technorati ได้มีการวิเคราะห์ไว้ว่าในอนาคตจะมีการทำ Blog มากพอๆกับการใช้ Email ในสมัยนี้เลย และมีการวิเคราะห์ไปอีกว่าภายใน 1 วันจะมี Blog เกิดขึ้นประมาณ 70,000 Blog

หากเราทำ Blog โดยใช้ WordPress ก็สามารถทำให้ Blog ของเราแจ้งไปยัง Technorati เมื่อเรามีการ Update Blog ได้ดังนี้
1. ไปที่เมนู Setting จากนั้นไปที่ Writing
2. เลื่อนลงไปล่างๆของหน้านั้นแล้วมองหา Update Services
3. จากนั้นให้เพิ่ม http://rpc.technorati.com/rpc/ping ลงไปในช่องของ Update Services
4. กดปุ่ม Save ครับ เพียงเท่านี้เมื่อเรามีการ Update ก็จะมีการแจ้งไปยัง Technorati ให้อัตโนมัติ

Internet

Web 2.0 To Web 3.0

ในปัจจุบัน Internet เป็นที่แพร่หลายมากกว่าในอดีตมาก หากพูดถึง Internet แล้วน้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก แต่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้มาใส่ใจในรายละเอียดของ Internet สักเท่าใดนัก รู้จักก็เพียงแต่การเปิด Website เล่น Chat รับ-ส่ง Email หรือ Download ฯลฯ  อะไรทำนองนี้ แต่หากเราลองมาดูกันในรายละเอียดลึกๆ ปัจจุบันนี้โลกเรากำลังอยู่ในช่วงของ Web 2.0 แล้วครับ หลายคนอาจจะเกิดคำถามว่า แล้ว Web 1.0 ละเป็นอย่างไร Web 1.0 ก็คือ HTML ทั่วไปนั่นละครับ เว็บไซต์ทั่วไปที่มีแต่เนื้อหา รูป ไม่มีลูกเล่นอะไร แต่สิ่งที่ Web 2.0 เพิ่มเข้ามาก็คือ การพัฒนาให้เว็บไซต์เป็นแบบ Dynamic มาขึ้น จากเดิมที่เป็นแบบ Static

Web 2.0 เกิดขึ้นมาจากความต้องการของคนที่จะสังคมกันบนโลก Internet และด้วยความที่ Internet มีการพัฒนาความเร็วขึ้นจากเดิมมากจึงเป็นส่วนสนับสนุนให้เกิด Web 2.0 ด้วย รูปแบบของ Web 2.0 เช่น Blog Wiki Digg Youtube RSS Tags ฯลฯ ลักษณะเฉพาะของ Web 2.0 ก็คือการที่ผู้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์มีส่วนร่วมกับเว็บมากขึ้น เช่น สามารถสร้างบทความ หรือเขียนนู้นนี่ได้ เป็นการแบ่งปันความรู้ซึ่งกันและกันระหว่างผู้ทำเว็บและผู้เยี่ยมชม ทำให้เว็บไซต์มีการปรับปรุงเพิ่มเติมอยู่ตลอด ไม่หยุดนิ่งเหมือนเว็บแบบ Static

ในอนาคตนี้ Web 3.0 กำลังจะมาซึ่งเกิดจากการที่มีข้อมูลเพิ่มขึ้นมากเรื่อยๆ เกิดจากที่ผู้พัฒนาเว็บไซต์และผู้ที่เยี่ยมชมเว็บเข้ามาเขียนบทความ เขียนอะไรเพิ่มเติม ดังนั้น Web 3.0 จะเข้ามาเพื่อจัดการข้อมูลที่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นนี้ โดยการใช้ Metadata ซึ่งเป็นการใช้บ่งบอกรายละเอียดของข้อมูล รูปแบบนี้ที่เราเห็นกันได้บ่อยๆ ก็คือ Tag นั่นเอง เมื่อมีการใช้ Tag เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเว็บเราก็จะถูกดึงเข้ามา ดังนั้นจึงทำให้เราไม่จำเป็นต้องเพิ่มเติมเนื้อหาในเว็บมากจนเกินไป เนื่องจากตัวเว็บไซต์จะทำการประมวลผลและหาข้อมูลเนื้อหาที่เกี่ยวข้องมาให้เอง เช่น เว็บไซต์ Apple จะมี Tag ที่เป็น Computer ipod Technology ฯลฯ เข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อที่ผู้เยี่ยมชมเว็บ Apple เกิดสนใจเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้องก็สามารถจะอ่านต่อไปได้

  • Tags